รีวิว ความรู้สึกหลังใช้ Keyboard 60% เป็นยังไงบ้าง


ปกติในไทยทั่วไปจะไม่ค่อยพบเจอคนใช้คีย์บอร์ดขนาด 60% สักเท่าไรนักครับ ปกติจะใช้กันแบบ Full Size 104 Keys หรือไม่ก็แบบ TKL (TenKeyless)

หลังจากที่เคนซื้อมาและใช้มาตอนนี้ก็น่าจะเกือบ 2 เดือนได้แล้ว แล้วก็ไม่ได้กลับไปแตะแบบ Full Size หรือ TKL กันเลยทีเดียว เพราะมันเข้ามือมาก ๆ

แล้วขนาด 60% นี่มันขนาดเท่าไรกัน?

ขนาด 60% ก็จะไม่มีส่วนของลูกศรขึ้นลงซ้ายขวาและไม่มี Numpad ครับ แบบนี้

ส่วนอีกแบบที่เล็กกว่า Full Size ลงมาหน่อยจะเรียกว่า TKL (TenKeyless) ก็คือตัดส่วนที่เป็น Numpad ออกไปแต่ยังคงตัวลูกศรกับพวก INS/DEL/Page Up/Page Down/Home/End ไว้อยู่ครับ แบบนี้

ใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง?

ถ้าไม่นับว่าตอนกดปุ่มลูกศรรู้สึกไม่ถนัดนิดหน่อยเพราะต้องกดควบคู่กับปุ่ม fn ก็ไม่มีปัญหาใด ๆ เลย เพราะปกติใช้ปุ่มลูกศรค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว ถ้าเป็นคนที่เน้นพิมพ์งานอย่างเดียวเคนว่าจะยิ่งเหมาะมือเข้าไปอีก เพราะขนาดเล็ก ทำให้คีย์บอร์ดตั้งอยู่ตรงกลางลำตัว เวลายืดแขนออกไปพิมพ์จะไม่ผิดหักองศาของข้อมือมากทำให้รู้สึก Ergonomic เข้าไปอีก

เวลาเราใช้ Keyboard แบบ Full Size นั้นจะต้องพื้นที่แป้นพิมพ์จะเทมาทางซ้าย ทำให้เราต้องหักข้อมือขวาเฉียงเข้ามามากกว่าปกติเพื่อที่จะพิมพ์ แต่พอเป็น Keyboard แบบ 60% แล้วก็รู้สึกจะลดองศาลงมาได้อีกหน่อยนึงครับ

ความรู้สึกเวลาพิมพ์งานจริง

ก็เหมือนเราใช้คีย์บอร์ดปรกติทั่วไปนั่นแหละ ไม่ได้แตกต่างกันเลย ไม่มีความรู้สึกไม่คุ้นชินใด ๆ แค่ขนาดของคีย์บอร์ดมันเล็กลงเท่านั้น เพราะตอนเวลาเคนพิมพ์งาน เคนก็ใช้แต่ตรงแป้นพิมพ์เท่านั้น ไม่ได้ใช้ส่วนของ Numpad หรือส่วนของลูกศรขึ้นลงซ้ายขวา สักเท่าไรนัก นาน ๆ จะกดสักทีนึง

ชอบไหม?

เอาตรง ๆ ชอบมากครับ เคนลังเลในการซื้ออยู่พักนึงเลยทีเดียว เพราะราคาไม่ได้ถูกเลย แถมกังวลว่าถ้าไม่มีปุ่มลูกศรจะทำให้เราลำบากจนเลิกใช้มันไปเลยรึเปล่า?

สุดท้ายก็ชอบและปรับตัวเข้ากับมันได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียวแหละครับ จนตอนนี้แม้แต่ TKL ที่มีลูกศรเคนก็ไม่ค่อยได้ใช้แล้ว ใช้แต่ 60% ตัวนี้อย่างเดียวเลย เพราะมันเข้ามือมากกว่า ส่วนที่นาน ๆ ใช้ที เช่น ปุ่ม F1 – F12 ก็ไม่ได้มีปัญหาใด ๆ เพราะนาน ๆ เคนจะกดสักทีนึงเอง ส่วนมากก็ใช้แค่ส่วนของแป้นพิมพ์เท่านั้น

ลังเลอยู่ จะซื้อดีไหม?

ถ้ายังลังเล แนะนำให้ลองแบบ TKL ก่อนครับ ซึ่งจะตัดแค่ส่วน Numpad ออกไปเท่านั้น แล้วเอามาลองใช้ดู แล้วสังเกตตัวเองว่า เราอยากจะได้ขนาดเล็กกว่านี้อีกไหม เพราะบางคนก็ชอบแค่แบบ TKL ก็เพียงพอแล้ว เพราะต้องใช้ทำงาน เล็กกว่านี้ไม่เหมาะ อะไรแบบนี้ครับ

ซื้อมาเท่าไหร่?

อันนี้เคนซื้อต่อน้องคนนึงมา ราคา 1,400 ครับ แต่ถ้าเป็นมือหนึ่งจะอยู่ตั้งแต่ 1,500 – 5,000 บาท แล้วแต่ยี่ห้อ แล้วแต่คุณภาพครับ ยิ่งถ้าเป็น Mechanical Keyboard คุณภาพดี ๆ จะสวยซี๊ดมาก ๆ เลย

ทำไมซื้อคีย์บอร์ดแพงจัง?

เคนก็ยังเชื่อว่า ความแพงมันมีเหตุผลครับ อันนี้เป็น Mechanical Keyboard ที่เป็นสวิทช์แบบกลไก แตกต่างจากคีย์บอร์ดปกติที่เป็นปุ่มยางครับ สัมผัสในการพิมพ์จะแตกต่างกันมาก ซึ่งพอเคนได้ใช้ Mechanical Keyboard แล้วเคนก็ไม่ได้กลับไปใช้ปุ่มยางอีกเลย

แถมสวิทช์ก็มีให้เราเลือกหลายแบบ แล้วแต่ว่าแต่ละคนจะชอบสัมผัสการกดแบบไหน แตกต่างจากปุ่มยางที่มีให้เราเลือกแค่ไม่กี่แบบ

ความแพงมันขึ้นกับปัจจัยหลายอย่างครับ เช่น คุณภาพของกรอบคีย์บอร์ด, ฟังก์ชั่นภายใน, คุณภาพของปุ่ม, คุณภาพของสวิทช์, คุณภาพของการใช้งาน และอื่น ๆ อีกมากมาย

เอาง่าย ๆ ว่าใช้แล้วมีความสุขก็ใช้ไปเถอะครับ เพราะแต่ละคนเห็นค่าแต่ละอย่างไม่เท่ากัน เคนแค่ชอบคีย์บอร์ดเลยลงทุนไปกับคีย์บอร์ดและใช้มันอย่างมีความสุขเท่านั้นเองครับ

สรุป

สำหรับเคน ใช้แล้วดี ใช้แล้วฟิน ใช้แล้วชอบ ลองเปลี่ยนมาใช้ Mechanical Keyboard สักครั้งสิครับ แล้วคุณอาจจะไม่กลับไปใช้ปุ่มยางอีกครั้ง … แบบเคน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *